History
|
1. |
|
เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2542 โรงเรียนเตรียมทหารได้เริ่มทำการสอบรอบแรกคัดเลือกเป็นนักเรียนเตรียมทหาร ในส่วนของกองทัพเรือ ก็มีเด็กชาย กลุ่มใหญ่กลุ่มหนึ่ง ประมาณ 16000 คนได้ทำการสอบเพื่อหวังที่จะได้เป็นนักเรียนเตรียมทหาร ที่มีทั้ง ความเข็มแข็ง ความกล้าหาญ และความเท่ห์อยู่ในคน เดียวกัน อย่ากระนั้นเลยเราต้องทำให้ดีที่สุดเพื่อจะได้เป็น นักเรียนเตรียมทหารดังที่เขาบอกไว้(เขานี่ใครเหรอ) วิชาที่สอบก็มีทั้ง คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย ซึ่งวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์จะมีคะแนนเท่ากันคือ 100 คะแนน ส่วนภาษาอังกฤษและภาษาไทยก็มีคะแนนเท่ากันคือ 50 คะแนน แต่ที่น่าปวดใจไม่ใช่ที่คะแนนแต่เป็นที่วิชาที่สอบ เพราะแต่ละวิชาจะมีวิชาของมัธยมปีที่ 6 ด้วย ซึ่งใครที่จบมัธยมปีที่ 4หรือ5 ก็คงต้องเดากันไป หรือบางคนอาจค้นคว้ามาก็ถืือว่าโชคดีไป จุดนี้แหละที่จะทำให้สามารถวัดความรู้ของแต่ละคนได้เลยซึ่งถ้าใคร เตรียมตัวมาดี ก็มีชัยไปกว่าครึ่งแล้วและเวลาสอบก็จะสอบทั้งวัน
|
|
|
วันที่ 10 เมษายน 2542 เวลา 0800 เด็กชายกลุ่มใหญ่นั้นแต่ละคนมีความตื่นเต้นมากเพราะวันนี้เป็นวันประกาศผลสอบ รอบแรก จากการประกาศ ผลสอบรอบแรกก็ทำให้เหลือเด็กชายที่ผ่านสอบได้ประมาณ 500 คน แต่อย่าเพิ่งดีใจไปนักมันยังไม่จบ เพียงเท่านี้ กลับบ้านไปต้องรีบไปเตรียมร่างการ เพื่อที่จะต้องสอบรอบสองต่อไป
|
|
วันที่ 18 เมษายน ถึง 22 เมษายน 2542 เป็นช่วงการสอบรอบสอง การสอบรอบนี้ก็จะมีหลายอย่างได้แก่่ 1.ตรวจร่่างกาย2.พลศึกษา 3.สัมภาษณ์ 4.สุขภาพจิต ซึ่งแต่ละด่านกว่าจะผ่านมาได้เลือดตาแทบกระเด็น ตรวจร่างกาย ถ้าใครเป็นโรคที่ไม่เหมาะกับการ เป็นทหารก็จะตกไปเช่น โรคเอดส์ โรคไวรัสตับอักเสบ พลศึกษา ขอบอกเลยว่าเหนื่อยมากทั้ง ยึดพื้น ดึงข้อ วิ่ง 1500 เมตร ว่ายน้ำ 25 เมตร ไม่ใช่เล่นเลยนะเนี่ย ถ้าไม่แข็งแรงจริง ก็ทำไม่ได้หรอก สัมภาษณ์ อันนี้ก็ยากเพราะเราจะต้อง ใช้ไหวพริบ รวมทั้งความรู้รอบตัว เกี่ยวกับทหารเรือ แถมยังต้องร้องเพลงเก่งอีกด้วย สุขภาพจิต อันนี้ เหมือนจะไม่มีอะไร แต่ก็มีคนตกสุขภาพจิตเยอะเหมือนกัน สงสัยจะเป็นโรคจิตกันเยอะ
|
|
วันที่ 25 เมษายน 2542 วันนี้จะเป็นวันที่เด็กชายกลุ่มนั้้นตื่นเต้นที่สุดยิ่งกว่าวันที่ประกาศผลสอบรอบแรกเสียอีก เพราะวันนี้้เป็นวันประกาศผลสอบ รอบสอง ก็เป็นวันที่จะเป็นเด็กชายธรรมดาคนนึง ให้กลายมาเป็นนักเรียนทหารที่มีทั้งความเท่ห์ ความเข้มแข็ง ความสง่า ซึ่งวันนี้ก็จะทำให้เหลือนักเรียนที่ สอบได้ประมาณ 120 คน
|
วันที่่ 3 พฤษภาคม 2542 เป็นวันเข้าโรงเรียนวันแรก ซึ่งตอนนั้นโรงเรียนเตรียมทหารตั้งอยู่ที่ ถนนพระราม 4 จังหวัดกรุง เทพมหานคร ต่างคนต่างก็ไม่รู้จักกันเพราะมากันทุกจังหวัดของประเทศไทยเลยที่เดียว แต่ที่แน่ ๆก็คือทุกคนมีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือ เป็นนักเรียนเตรียมทหารที่มีความ เข้มแข็ง ความสง่า ความเท่ห์ ช่วงนั้นเป็นช่วงทดสอบกำลังใจของพวกเราเลยก็ว่าได้
เพราะกว่าจะผ่านไปแต่ละวันต้องเสียเหงื่อย เสียแรง รวมทั้งเวลาพักผ่อนก็น้อย
และพวกเราจะต้องอยู่ที่โรงเรียนเป็นเวลา 3 อาทิตย์ โดยไม่ได้ปล่อยกลับบ้านเลย
ซึ่งตรงนี้แหละทำให้พวกเราปวดใจมาก เพราะเราจะไม่ได้เจอหน้าพ่อ แม่ เพื่อน
และคนที่อยู่เคียงข้างเรา ตลอดมา แต่พวกเราก็ได้เจอเพื่อนใหม่ตั้ง 120 คน
ซึ่งจะเป็นทั้งทุกข์และสุขของเราตลอดไปเลยก็ว่าได้ดังนั้นพวกเรา
ต้องอดทนอีกไม่ นานความฝันก็เป็นจริงแล้ว |
เวลาผ่านไป 1 เดือนกับอีก 3 สัปดาห์ วันที่ 23 กรกฎาคม 2542 วันนี้ก็เป็นวันสำคัญสำหรับพวกเราอีกวันหนึ่ง วันนี้เป็นวันรับจักรดาว ซึ่งจะทำให้ เราได้รับชุดปกติพร้อมทั้งจักรดาว ที่เป็นสัญลักษณ์ของโรงเรียนเตรียมทหาร
|
วันที่ 19 พฤศจิกายน 2542 วันนี้เป็นวันรับแหวนรุ่น ซึ่งหมายถึงการที่รุ่นพี่ยอมรับเราในฐานะที่เป็นนักเรียนเตรียม ทหารด้วยกัน ซึ่งกว่าจะได้มานั้น ต้องมีความอดทน ความแข็งแรงเป็นอย่างมาก แต่พวกเราก็ทำสำเร็จจนได้ ตอนนี้พวกเราก็ถื่อได้ว่าเป็นนักเรียนเตรียมทหารเต็มตัว ดังนั้นพวกเราจะต้อง ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด
|
หลังจากสอบ Final เทอม 2 เสร็จ จะมีการฝึกทหารราบที่ ค่ายธนรัชต์ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยฝึกเป็นเวลา 2 คืน 3 วัน การฝึกก็จะมี ตั้งแต่การตั้งเต็นท์ เดินทางไกลรวมถึงการทำอาหารกินเอง คืนแรก มีการฝีกดูดาว ฝึกดมและล้วงสิ่งของที่เราำไม่สามารถมองเห็นได้แต่เราต้องเดาได้ว่าสิ่งนั้น คืออะไร ฝึกเดินเข็มทิศกลางคืน อันนี้จะสนุกมากเลยเพราะเมื่อเดินไปซักระยะหนึ่ง ก็จะเจอไร่สัประรด กินกันอร่อยมากเลย กว่าจะถึงที่หมายก็ช้ากว่ากำหนด เพราะมัวแต่หาของกินอยู่นั่นแหละ คืนที่ 2 ฝนตก ก็เลยไม่ได้ฝึกอะำไร หลังจากนั้นพวกเราปิดเทอมไป 2 เดือนเต็ม ๆ เป็นการปิดเทอมที่ยาวนานที่สุดของ พวกเราแล้วและคงเป็นการปิดเทอมครั้งสุดท้ายที่ยาวที่สุด เนื่องจากรร.ตท.จะต้องย้ายไปที่ จ.นครนายก พวกเราเลยได้ปิดเทอมนานขนาดนี้
|