logo tiger

๓ ปีในโรงเรียนนายเรือ
            
               “ โละ ๓ ปีในโรงเรียนนายเรือเอ็งว่ามันได้อะไรบ้างวะ ” พี่ชั้น ๔ คนหนึ่งถามผม
            
               เออแล้วมันได้อะไรบ้างวะ ทำให้ผมคิด ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๕ หลังจากที่ผมจบจากโรงเรียนเตรียมทหาร ผมก็ได้มาเรียนต่อที่โรงเรียนนายเรือ มาซึมซับความเป็นทหารเรือ -ภายในรั้วกำแพงขาวแห่งนี้ มาเป็น นนร.ชั้น ๑ ผมว่ามันไม่ธรรมดาเลย นักเรียนชั้น ๑ ต้องทำได้ทุกอย่าง “ เป็นยอดมนุษย์ได้เลยมั้ง ” เป็นปีที่ทุกคน จะต้องได้รับการฝึกให้สามารถรับสภาพกดดันหลาย ๆ อย่างและสามารถปรับตัวเข้ากับมันได้ต้้องเป็นผู้ที่มีความอดทน เพราะเราก็ไม่รู้ว่าวันข้างหน้าเมื่อทำงานในเรือเราจะต้องพบเจอกับสภาพใดบ้าง ฉะนั้นเลือกที่จะเป็นทหารเรือ แล้วกำลังใจต้องดี ผมคิดว่าเค้าคงตั้งใจฝึกให้พวกเราเป็นแบบนั้น พอปีต่อ ๆ มาได้เป็นนักเรียนชั้น ๒ แล้วต่างคนต่างก็ต้องเลือกแล้วว่าจะเป็น พรรคนาวิน กลิน หรือ นาวิกโยธิน ตามความตั้งใจของตน หรือ “ เพื่อนเลือกให้ ”
              
              สำหรับผมคิดว่าปีนี้แหละเป็นปีเริ่มต้นที่เห็นภาพชัดเจนในการใฝ่หาความรู้ตามพรรคของตน แต่การฝึก ภาคทะเลนั้นทั้งหมดจะฝึกในส่วนของพรรคกลินถือได้ว่าปีนี้เป็นโปรโมชั่นนึงของนักเรียนชั้น ๒ เวลาผ่านไปเร็ว เหมือนติดเครื่องยนต์แกสเทอร์ไบน์ ปีนี้ก็เป็นนักเรียนชั้น ๓ แล้ว ได้เป็นจ่ายามซะทีหลังจากที่รับหน้าที่ลูกยามมา สองปี สำหรับไฮไลท์ของชั้น ๓ แล้วคงไม่พ้นเรื่องการฝึกหลักสูตรปฏิบัติงานใต้น้ำหรือที่รู้จักกันในนามของ
“ กบน้อย ”  
               
              ซึ่งผมคิดว่าเป็นวิชาชีพหนึ่งที่นักเรียนนายเรือทุกคนควรจะมีติดตัว ประสบการณ์ ๑ เดือนในการใช้ชีวิต บนเกาะพระหาซื้อที่ไหนไม่ได้แน่นอนโรงเรียนนายเรือเป็นที่สั่งสมประสบการณ์ของเราทุกคน เพื่อจะได้เป็นนายทหาร เรือที่ดีีในวันต่อไป และได้ตอบแทนคุณแผ่นดินให้สมความตั้งใจเพียงแค่ระยะเวลาสามปีในโรงเรียนนายเรือ ผมได้เห็น ความเปลี่ยนแปลง มากมาย ความแน่นอนคือความไม่แน่นอนจริง ๆ ของชีวิตรับราชการ เป็นทหารต้องปฏิบัติตาม คำสั่งไม่ต้องคิดอะไรมาก ต้องทำให้ได้และทำให้ดีมันคืออีกสิ่งหนึ่งที่สถาบันแห่งนี้สอนผม “ สามสมอ “