หลักการพื้นฐาน
เป็นแบบประกันที่มีจุดมุ่งหมายหลักอยู่ที่การทดแทนความสามารถในการทำงาน
หรือการสูญเสียรายได้ หากผู้เอาประกันถึงแก่กรรม โดยให้ความคุ้มครองตลอดชีวิตของผู้เอาประกัน หรือจนกว่าผู้เอาประกันจะมีอายุครบ 99 ปี หรือ100 ปี แล้วแต่รายละเอียดที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์
ข้อเด่น : -
เป็นแบบประกันที่มีอัตราเบี้ยประกันค่อนข้างต่ำ เมื่อเปรียบเทียบกับแบบประกันแบบอื่นในจำนวนทุนประกัน หรือวงเงินคุ้มครองที่เท่ากันและไม่มีการกำหนดระยะเวลาสิ้นสุดความคุ้มครอง เหมาะสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มทำงาน หรือผู้ที่ได้รับค่าตอบแทนจากการทำงานค่อนข้างสูง เพราะเท่ากับเป็นการทดแทนรายได้ในอนาคต ซึ่งหากเรามีอายุยืนยาวมากเท่าใด โอกาสในการสร้างรายได้ของเราก็จะยิ่งเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย และการเลือกทำกรมธรรม์แบบนี้ขณะที่อายุประมาณ 30-35 ปี จะได้วงเงินคุ้มครองค่อนข้างสูง
เพราะเบี้ยประกันเฉลี่ยประมาณ 1.5-2% ของวงเงินคุ้มครองเท่านั้น เช่น
วงเงินคุ้มครอง 1,000,000 บาท จ่ายเบี้ยประกันประมาณปีละ 15,000 บาท เท่านั้น โดยเฉพาะผู้หญิงซึ่งจะจ่ายเบี้ยประกันต่ำกว่าผู้ชายเนื่องจากมีอัตราเสี่ยงต่ำกว่า
เลือกระยะเวลาในการชำระเบี้ยประกันได้ :-
กรมธรรม์แบบตลอดชีพโดยทั่วไปมักจะมีแบบแยกย่อยลงไปอีกเพื่อให้เหมาะสมกับ
ความสามารถในการชำระเบี้ยของผู้เอาประกันภัย กล่าวคือ จะเปิดโอกาสให้ผู้เอา
ประกันภัยเลือกได้ว่าจะชำระเบี้ยตลอดชีพ เป็นการทยอยชำระเบี้ยไปเรื่อย ๆ ตลอดชีวิตคือ หยุดชำระเบี้ยก็ต่อเมื่อผู้เอาประกันถึงแก่กรรม ถ้าเลือกแบบนี้อัตราเบี้ยจะต่ำที่สุด
หรือจะเลือกแบบจำกัดเวลาในการชำระเบี้ยคือ เลือกว่าจะชำระเบี้ยประกัน
เพียงกี่ปี เช่น 15 ปี / 20 ปี / 21 ปี หลังจากนั้นไม่ต้องชำระเบี้ยประกัน
แต่กรมธรรม์ยังให้ความคุ้มครองไปจนกว่าจะถึงแก่กรรม หากเลือก
แบบนี้อัตราเบี้ยประกันจะสูงกว่าแบบแรก
ข้อด้อย :-
กรมธรรม์แบบนี้มักจะไม่มีผลตอบแทนทางการเงินกลับคืนในระหว่าง
ที่กรมธรรม์ยังมีผลบังคับอยู่ ยกเว้นเงินปันผลรายปี ซึ่งปกติจะค่อนข้างต่ำ แต่ปัจจุบันหลายบริษัทได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบของกรมธรรม์ประเภทนี้ใหม่ โดยให้มีผลตอบแทนทางการเงินในช่วงระหว่างที่ผู้เอาประกันยังมีชีวิตอยู่ด้วย เป็นการนำรูปแบบของกรมธรรม์แบบสะสมทรัพย์มารวมกับกรมธรรม์แบบตลอดชีพ เพื่อเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้แก่ผู้เอาประกันมากยิ่งขึ้น
|